มีอะไรจะถามบริษัทไหม... นาทีทองที่ Candidates ห้ามพลาด!!!
ช่วงสุดท้ายของการสัมภาษณ์โดยทั่วไป มักจะเตรียมจบลงด้วยการเปิดโอกาสให้ Candidates ได้ถามคำถามก่อนจะจบการสัมภาษณ์ แน่นอนว่า การถามคำถามในช่วงเวลานี้ ยังคงถูกนับเป็นคะแนนในการคัดเลือกของการสัมภาษณ์ ดังนั้น การตั้งคำถามที่ดี ทำให้คุณมีโอกาสเพิ่มขึ้น
จุดตัดสินใจสำคัญที่อาจทำให้คุณพลาดงานในฝัน
หลังจากที่คุณผ่านสมรภูมิในห้องสัมภาษณ์ที่ใช้สรรพกำลังของสมองกลั่นกรองคำตอบที่ดีที่สุดออกไปเพื่อมัดใจกรรมการแล้ว ราวๆ สิบนาทีสุดท้ายมักเป็นนาทีทองของ Candidates ที่จะมีโอกาสได้สอบถามเรื่องราวที่อยากรู้ของบริษัทที่ตัวเองไปสัมภาษณ์บ้าง
“มีอะไรอยากถามบริษัทไหม...” ประตูเปิดออกแล้ว เข้าไปค้นหาสิ่งที่เราอยากรู้ได้
สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนจะเริ่มถามคำถามคือ คุณยังอยู่ในการสัมภาษณ์และยังผลการตัดสินยังไม่ออก
มีคำกล่าวว่า “คำตอบบ่งบอกความฉลาด แต่คำถามนั้นบ่งบอกสติปัญญา” คุณจึงต้องมีสติสัมปชัญญะ และถามอะไรที่ดูเข้าท่า ไม่พูดไปเรื่อยหรือแสดงออกถึงความต้องการอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไปจนทำให้กรรมการสัมภาษณ์เข้าใจคุณผิดไป
สิ่งที่คุณควรแสดงออกจากการตั้งคำถาม
1.ความตั้งใจที่จะเตรียมพร้อมในการทำงานในตำแหน่งที่มาสัมภาษณ์
ตัวอย่าง :
- ดิฉัน / ผม ขอสรุปหน้าที่และความคาดหวังของบริษัทในตำแหน่งนี้ว่ามีรายละเอียดดังนี้......ดิฉัน / ผม เข้าใจถูกต้อง ครบถ้วนไหม หรือทางบริษัท มีความคาดหวังอะไรเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้หรือไม่
- ดิฉัน / ผม อยากขอคำแนะนำว่าจากที่สัมภาษณ์มาในวันนี้ มีข้อแนะนำให้ ดิฉัน / ผม ไปเตรียมหาความรู้ ศึกษาเรื่องอะไรเพิ่มเติม เพื่อจะทำงานนี้ได้ดีมากยิ่งขึ้นไหม
2.ความใส่ใจในการปรับตัวที่ต้องการจะร่วมงานกับบริษัทอย่างแท้จริง
ตัวอย่าง :
- พอจะเล่า Culture ของเพื่อนร่วมงาน ในบริษัทได้ไหม ครับ/คะ เช่น มีกิจกรรมอะไรกันบ้าง หรือส่วนใหญ่ค่าเฉลี่ยอายุเท่าไหร่ พอจะมีข้อแนะนำอะไรให้ ดิฉัน / ผม ปรับตัว เพื่อจะเข้ากับเพื่อนๆ ได้กลมกลืนขึ้นไหม
- มีข้อควรระวัง หรืออะไรที่สังคมการทำงานที่นี่รับไม่ได้ระหว่างการทำงานไหม ครับ/คะ เช่น เสียงดัง คุยกันตอนทำงาน หรือชวนไปปาร์ตี้ / ตีแบตหลังเลิกงานอะไรแบบนั้น
3.ความกระตือรือร้นที่จะได้ร่วมงานกับบริษัทและความก้าวหน้าเมื่อทำงานได้ยอดเยี่ยม
ตัวอย่าง :
- บริษัทคาดหวังอยากให้เริ่มงานเมื่อไหร่ครับ /คะ ดิฉัน / ผม สามารถเริ่มงานได้ทันทีหากต้องการ ครับ/ค่ะ
- พอจะอธิบาย Career path ที่เติบโตได้จากตำแหน่งนี้ เพื่อให้ ดิฉัน / ผม สามารถโฟกัสการทำงานและเก็บเกี่ยวความรู้ทักษะ ที่สำคัญสำหรับการเติบโตได้ไหม ครับ/คะ
สิ่งที่ควรระมัดระวังในการตั้งคำถาม เพื่ออาจจะนำไปสู่ความเข้าใจผิดของกรรมการสัมภาษณ์
1.เริ่มต้นถามวนเวียนแต่เรื่อง การลา สวัสดิการ และผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับ
- ใช้สิทธิ์ลาพักร้อนได้เมื่อไหร่ ลากิจเรื่องอะไรได้บ้าง ลาแล้วได้รับค่าจ้างไหม
2.ถามวนเวียนเรื่องสภาพแวดล้อม และแสดงความกังวลใจในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร
- ต้องทำงานดึกไหม วันเสาร์อาทิตย์ต้องทำหรือเปล่า ลูกค้าเยอะไหม งานเยอะไหม
3.ถามเรื่องส่วนตัวมากๆ เกี่ยวกับหัวหน้างานหรือเพื่อนร่วมงานที่ตนเองต้องร่วมงานด้วย
- มีคนสอนงานไหม คนเก่าลาออกทำไม หัวหน้าดุไหม หัวหน้าโสดหรือเปล่า อายุเยอะหรือไม่
อย่างไรก็ตามต้องบอกว่า การถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ สิทธิ์ สวัสดิการ ที่เราจะได้รับ รวมถึงสิ่งแวดล้อมในการทำงานนั้น ไม่ใช่เรื่องผิดบาปอะไร และเป็นสิ่งที่เราสามารถใช้เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจเลือกงานหรือเปรียบเทียบได้แต่ควรมีสัดส่วนที่พอเหมาะ และเป็นเพียงองค์ประกอบในการสอบถามเพื่อเป็นข้อมูล แต่ไม่ใช่หัวข้อหลักในการซักถาม จนกรรมการสัมผัสได้ว่า คุณตั้งใจจะมากอบโกยหรือมีเงื่อนไขอะไรที่คุณไม่ได้พูดตรงๆ ออกมาในการสัมภาษณ์นั้น
นอกจากนี้คุณอาจจะสัมผัสได้ถึงสัญญาณว่า มีแนวโน้มจะรับคุณเข้าทำงานหรือไม่จากการให้ข้อมูลเพิ่มเติม ในช่วงการถามคำถามของคุณ หากกรรมการ ให้ข้อมูลคุณโดยละเอียด คล้ายๆ กับการมอบหมายงาน หรือสอนการปรับตัวในองค์กรที่คุณไปสัมภาษณ์ นั่นก็แปลได้ว่า คุณมีโอกาสสูงมากๆ ที่จะผ่านการคัดเลือก ในทางกลับกัน ถ้ากรรมการแทบไม่ตอบอะไรคุณเลยที่เป็นเรื่องภายในองค์กร ก็อาจจะต้องเผื่อใจและเดินหน้าสัมภาษณ์ต่อไปอย่าได้หยุดยั้ง เพื่อให้สมหวังกับงานที่อยากได้สักที!!
“คำตอบบ่งบอกความฉลาด คำถามบ่งบอกสติปัญญา ช่วงเวลาของการได้ถามกลับ คือนาทีทองที่เราจะได้สร้างภาพลักษณ์ โชว์ความสามารถได้เป็นอย่างดี อย่าพลาดโอกาสและอย่าเผลอตัวเด็ดขาด เพราะการสัมภาษณ์ยังไม่เสร็จสิ้น”
ติดตามไว้เพื่อน
ส่งบทความดี ๆ ถึงอีเมลคุณทุกเช้าวันจันทร์ — ฟรี ไม่มี Sponsor แอบแฝง