Growth hacker

วิธีหางานใหม่...ในขณะที่เรายังทำงานอยู่

เปลี่ยนงานอย่างราบรื่น ไม่ทำลายความสัมพันธ์ที่เก่า เมื่อเราอยากเติบโต วิธีการง่ายๆ ที่ใครๆ ควรรู้ก่อนเริ่มกระบวนการเปลี่ยนงาน

24 มิถุนายน 2568 อ่านแล้ว 487 อ่าน 4 นาที

วิธีหางานใหม่ (เมื่อยังทำงานอยู่)?

"อยากหางานใหม่ แต่ยังไม่กล้าลาออก"
"กลัวหัวหน้าจะรู้ว่าเราหางานอยู่"
"มีเวลาน้อยมาก ทำงานวันละ 10 ชั่วโมง จะหาเวลาสัมภาษณ์ได้ยังไง?"

การหางานใหม่ขณะที่ยังทำงานอยู่เป็นศิลปะที่ต้องอาศัยความลับ ความรวดเร็ว และความชาญฉลาด
แต่ถ้าทำได้ ก็จะมีอำนาจต่อรองที่มากกว่า และไม่ต้องเสี่ยงกับการตกงาน
และนี่!! คือกลยุทธ์ที่จะทำให้สำเร็จ

ข้อดีของการหางานขณะยังทำงานอยู่

ข้อดี:

✅ มีรายได้ประจำ ไม่ต้องกังวลเรื่องรายได้ประจำ
✅ มีอำนาจต่อรอง เงินเดือนและเงื่อนไข
✅ มีเวลาเลือก ไม่ต้องรีบตัดสินใจ
✅ มีโอกาสเปรียบเทียบ งานปัจจุบันกับงานใหม่
✅ ไม่ว่างงานแน่ๆ แม้ไม่ได้ที่ใหม่ ก็ยังมีงานเดิมอยู่

ข้อเสีย:

❌ มีเวลาจำกัด สำหรับการนั่งหางาน
❌ ต้องเก็บความลับขั้นสุดยอด เพิ่มความเครียดและความกังวลขั้นสุด
❌ ต้องลาไปสัมภาษณ์ อย่างแนบเนียนที่สุด
❌ ว้าวุ่นระหว่างวัน จะรับสายดีไหม คุยที่ไหนปลอดภัย

เริ่มเตรียมตัวแบบไม่ให้ใครรู้ ( ระยะเวลา 1-2 สัปดาห์)

1. อัพเดท Resume อย่างระมัดระวัง :

  • อย่าเพิ่งประกาศกร้าวว่า "Actively looking for opportunities" ใน LinkedIn
  • ทยอยอัพเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
  • ใช้โทรศัพท์ส่วนตัว และ email ส่วนตัว เท่านั้น

2. ทบทวนความสามารถตนเองและก้าวถัดไปที่อยากเป็น:

  • เรียบเรียงผลงานและความสำเร็จของตนเองที่เคยทำมา โดยเน้นที่ทักษะ สกิล ความสามารถของเราที่พัฒนาขึ้นมาตลอดระยะเวลาการทำงาน และผลงานที่จับต้องเป็นตัวเลขได้ (ข้อควรระวังคือ ความลับทางธุรกิจที่ไม่ควรเผยแพร่ นอกจากจะผิดกฎหมายแล้วยังอาจทำให้บริษัทใหม่ของคุณไม่ไว้วางใจคุณในเรื่องนี้ในเรื่องความเป็นมืออาชีพ)
  • เตรียมบุคคลอ้างอิง จากเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจได้

3. สำรวจตลาดงาน:

  • เริ่มสำรวจตำแหน่งงานที่เราสนใจ  หลังเลิกงาน
  • จำไว้ว่าใช้เครื่องส่วนตัว ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ของบริษัท
  • ศึกษาเงินเดือนของตำแหน่งที่อยากทำ ได้จากเว็บ salary survey หรือดูตำแหน่งใกล้เคียงที่มีการเสนอเงินเดือนไว้ในประกาศงาน
  • เลือกบริษัทที่น่าสนใจ และตำแหน่งที่เปิดรับเข้าลิสต์ของเรา

สมัครงานอย่างมีกลยุทธ์ ( ระยะเวลา 2-4 สัปดาห์)

4. การสมัครงานอย่างมีแบบแผน :

  • สมัครงานในช่วงเย็น หรือสุดสัปดาห์ อันที่จริงเราสามารถสมัครงานได้ทุกวัน แต่ HR มักเปิด Resume ในช่วงเช้าหรือต้นสัปดาห์มากเป็นพิเศษ ดังนั้น ทุกเย็นหรือปลายสัปดาห์คือช่วงเวลาที่คุณไม่ควรพลาด
  • หากตำแหน่งที่คุณมองหาเป็นตำแหน่งระดับกลาง มีประสบการณ์มากกว่า 5 ปีขึ้นไป การสมัครผ่านบริษัทจัดหางาน เป็นอีกทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ และรักษาความลับได้ดี
  • ค่อยๆ สมัครครั้งละ 2-3 งาน และ Focus กับงานที่คุณตั้งใจ

5. การจัดการเวลาสัมภาษณ์:

  • ใช้วันลาพักร้อน สำหรับสัมภาษณ์สำคัญ
  • ขอสัมภาษณ์ทาง video call ถ้าทำได้

6.  ติดตามผลอย่างระมัดระวัง:

  • ใช้เวลาหลังเลิกงาน ในการติดตาม โดยช่องทางที่เหมาะสมคือ  e-mail
  • ตัดสินใจให้รอบคอบก่อนยื่นใบลาออก เพราะเมื่อบริษัททราบแล้ว คุณจะเปลี่ยนใจลำบาก

สิ่งที่คุณควรทำเมื่อได้ job offer

  • ไม่ต้องรีบตัดสินใจ ขอเวลาคิด 1 สัปดาห์
  • สามารถเปรียบเทียบ package ทั้งหมด
  • ต่อรองได้มากกว่าเงินเดือน เช่น วันลา, benefit

สิ่งที่ควรต่อรอง:

✅ เงินเดือน (เป้าหมายที่เหมาะสมคือ เพิ่ม 20-40% จากปัจจุบัน)
✅ วันเริ่มงาน (อย่าออกจากที่เก่าแบบไร้เยื่อใย ควรทำตามระเบียบที่แต่ละที่กำหนด)
✅ วันลาพักร้อน (ถ้าน้อยกว่าที่เก่า)
✅ เงื่อนไขการทำงาน (WFH, flexible time คุยกันให้ชัดก่อนเริ่มงานเพื่อลดความขัดแย้ง)

สิ่งสำคัญที่คุณต้องใส่ใจเมื่อคุณกำลังหางานใหม่

การหางานขณะยังทำงานอยู่ต้องอาศัยความอดทน และความระมัดระวัง
สิ่งสำคัญคือการทำงานปัจจุบันให้ดีไปด้วย อย่าปล่อยงานเพราะกำลังหางานใหม่
การมีงานแล้วหางานใหม่ ทำให้เรามีอำนาจต่อรองและเลือกได้มากกว่า
อย่าเผาสะพานของตัวเอง งานเก่าอาจมีประโยชน์ในอนาคต
การหางานใหม่คือการลงทุนในอนาคต ไม่ใช่การหนีจากปัจจุบัน
คุณควรเดินหน้าสู่งานใหม่ด้วยความก้าวหน้า ไม่ใช่หนีปัญหาจากที่เดิม
เพราะทุกที่ล้วนมีปัญหาที่พนักงานไม่ชอบทั้งนั้น

 

ส่งต่อให้เพื่อน

ติดตามไว้เพื่อน

ส่งบทความดี ๆ ถึงอีเมลคุณทุกเช้าวันจันทร์ — ฟรี ไม่มี Sponsor แอบแฝง

อ่านสะดวกกว่าในแอป Chancedeeโหลดฟรีทั้ง iOS และ Android — อ่านบทความ + ถาม Mentor AI ได้ทุกที่
ดาวน์โหลดแอป