ขอขึ้นเงินเดือนทั้งที อย่าพูดแค่ว่า...อยู่มานานแล้ว
เหตุผลที่คนใช้บ่อยที่สุดคือเหตุผลที่อ่อนที่สุดในมุมบริษัท — โครงการพูด 3 ส่วน บทพูดจริง 3 แบบ และคำถามที่ควรถามต่อถ้าคำตอบคือ "ยังไม่ได้"
เหตุผลสองข้อที่คนใช้ขอขึ้นเงินเดือนบ่อยที่สุด คือ "อยู่มานานแล้ว" กับ "ค่าครองชีพมันขึ้น" และน่าเศร้าที่ทั้งสองข้อคือเหตุผลที่อ่อนที่สุดในมุมของบริษัท
ไม่ใช่เพราะบริษัทใจร้ายนะครับ แต่เพราะสองข้อนี้เป็นเรื่องของ "เรา" ล้วนๆ อายุงานเป็นเรื่องของเวลาที่ผ่านไป ค่าครองชีพเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ ทั้งคู่ไม่ได้บอกเลยว่าบริษัทจะได้อะไรเพิ่มจากการจ่ายเราแพงขึ้น พอเหตุผลไม่มีฝั่งเขาอยู่ในนั้น คำตอบเลยมักออกมาเป็น "เดี๋ยวดูให้นะ" แล้วก็เงียบไป
ลองคิดแบบสโมสรฟุตบอลต่อสัญญานักเตะดูครับ สโมสรไม่ได้ขึ้นค่าเหนื่อยเพราะนักเตะอยู่มาสามฤดูกาล แต่ขึ้นเพราะฟอร์มฤดูกาลนี้ และเพราะเชื่อว่าฤดูกาลหน้าจะได้อะไรจากเขาอีก การขอขึ้นเงินเดือนก็ใช้ตรรกะเดียวกันเป๊ะ
โครงการพูด 3 ส่วน
ส่วนที่ 1: ผลงาน + ตัวเลข (สิ่งที่ทำไปแล้ว)
เปิดด้วยผลงานสองสามเรื่องที่ส่งผลชัดเจนที่สุดในรอบปี พร้อมตัวเลขหรือหลักฐานประกอบ ถ้าเพิ่งทำสรุปผลงานหนึ่งหน้าไว้ ส่วนนี้แทบจะยกมาได้เลย
ส่วนที่ 2: คุณค่าที่จะให้ต่อ (สิ่งที่กำลังจะทำ)
นี่คือส่วนที่คนส่วนใหญ่ลืม บอกให้ชัดว่าปีหน้าเราจะรับผิดชอบอะไรเพิ่ม หรือจะขยายสิ่งที่ทำสำเร็จไปตรงไหน เพราะบริษัทไม่ได้จ่ายเพื่อตอบแทนอดีตอย่างเดียว เขาจ่ายเพื่อซื้ออนาคตด้วย
ส่วนที่ 3: ตัวเลขที่ขอ พร้อมช่วง
บอกตัวเลขให้ชัด อย่าปล่อยให้อีกฝ่ายเดา และให้เป็นช่วงที่มีเหตุผลรองรับ เช่น อิงจากขอบเขตงานที่เพิ่มขึ้น หรือระดับที่คนตำแหน่งใกล้เคียงกันได้รับ การมีช่วงทำให้อีกฝ่ายมีที่ให้ขยับ และเราไม่ต้องเสียหน้าถ้าเขาให้ไม่ถึงตัวเลขบนสุด
บทพูดจริง 3 แบบ (ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติ)
แบบที่ 1: ขอหลังผลงานชิ้นใหญ่เพิ่งจบ
"ปีนี้ผมรับผิดชอบระบบสั่งซื้อตัวใหม่ที่ทำให้ทีมขายปิดงานได้เร็วขึ้นราวหนึ่งในสาม ปีหน้าผมอยากดูแลระบบนี้ให้ครอบคลุมอีกสองสาขา เลยอยากขอปรับเงินเดือนให้สอดคล้องกับขอบเขตงานที่เพิ่มขึ้น ในช่วงประมาณสิบถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ครับ"
แบบที่ 2: ขอตอนขอบเขตงานเปลี่ยนไปแล้ว
"ตั้งแต่กลางปี งานของหนูขยายจากดูแลลูกค้ากลุ่มเดียวเป็นสามกลุ่ม และตัวเลขความพึงพอใจของทั้งสามกลุ่มดีขึ้นต่อเนื่อง หนูอยากคุยเรื่องเงินเดือนให้สะท้อนงานที่ทำอยู่จริงตอนนี้ค่ะ ตัวเลขที่คิดไว้อยู่ในช่วงนี้ อยากฟังมุมของพี่ด้วยค่ะ"
แบบที่ 3: ขอตอนมีข้อเสนอจากที่อื่น (ใช้แบบไม่ขู่)
"ผมได้รับการติดต่อจากที่อื่นครับ แต่ผมอยากอยู่ต่อที่นี่ เพราะโปรเจกต์ที่กำลังทำยังไม่จบและผมเชื่อในทีมนี้ เลยอยากคุยตรงๆ ว่าเราปรับให้ใกล้เคียงกับตลาดได้ไหม เพื่อให้ผมตัดสินใจอยู่ต่อได้แบบสบายใจครับ"
สังเกตว่าทั้งสามแบบไม่มีคำว่า "อยู่มานาน" ไม่มีคำว่า "ค่าครองชีพ" และไม่มีน้ำเสียงร้องขอ มีแต่ผลงาน สิ่งที่จะทำต่อ และตัวเลขที่ชัด
ถ้าคำตอบคือ "ยังไม่ได้" ให้ถามต่อสองคำถามนี้
การถูกปฏิเสธรอบแรกไม่ใช่จุดจบครับ มันคือจุดเริ่มของการต่อรองรอบต่อไป สิ่งที่ต้องได้กลับมาจากห้องนั้นคือความชัดเจน
- "ถ้าจะให้ปรับได้ ผมต้องทำอะไรให้เห็นเพิ่มครับ" — เปลี่ยนคำปฏิเสธลอยๆ ให้เป็นเป้าหมายที่จับต้องได้
- "เราจะกลับมาคุยเรื่องนี้กันอีกทีเมื่อไหร่ดีครับ" — ล็อกวันในปฏิทิน ไม่ปล่อยให้เรื่องหายไปกับคำว่า "เดี๋ยวดูให้"
ได้คำตอบสองข้อนี้ เท่ากับเราเดินออกมาพร้อมแผน ไม่ใช่แค่ความผิดหวัง
สุดท้ายนี้ ขอพูดตรงๆ ว่าเตรียมดีแค่ไหนก็อาจยังไม่ได้ในรอบนี้นะครับ บางบริษัทงบตึงจริง บางช่วงจังหวะไม่เอื้อ แต่การเตรียมมาแบบนี้ทำให้เราได้อย่างน้อยหนึ่งอย่างเสมอ คือหัวหน้ารู้แล้วว่าเราคือคนที่มองเห็นคุณค่าของตัวเองและพูดถึงมันได้อย่างมืออาชีพ และนั่นคือสิ่งที่ Grower ทุกคนควรมีติดตัว ไม่ว่าจะได้ตัวเลขที่ขอในรอบนี้หรือรอบหน้า
การขอขึ้นเงินเดือนไม่ใช่การขอความเมตตา แต่คือการเสนอดีลที่อีกฝ่ายได้ด้วย
อยากได้เทคนิคเรื่องเงินและการต่อรองแบบไม่ต้องมูเตลู ส่งถึงอีเมลทุกเช้าวันจันทร์ สมัครรับ Monday Brief ของ Chancedee ได้เลยครับ — และถ้ามีเพื่อนที่กำลังจะเดินเข้าไปขอด้วยประโยค "อยู่มานานแล้ว" แชร์ให้เขาอ่านก่อนนะ
ติดตามไว้เพื่อน
ส่งบทความดี ๆ ถึงอีเมลคุณทุกเช้าวันจันทร์ — ฟรี ไม่มี Sponsor แอบแฝง