โบนัส ไม่ใช่ใบประกาศคุณค่าของเรา
โบนัสสำคัญกับกระเป๋าจริง แต่ตัวเลขนั้นสะท้อนผลประกอบการและสูตรของบริษัทมากกว่าคุณค่ารายคน — 3 วิธีใช้ข้อมูลโบนัสให้เป็นประโยชน์ โดยไม่เอามาตีค่าตัวเอง
"ที่บริษัทเราปีนี้ได้สามเดือนว่ะ"
"ของเรา...ได้ยินว่าไม่ถึงเดือน"
"เฮ้ย จริงดิ"
บทสนทนาในกลุ่มแชทเพื่อนสมัยเรียนช่วงปลายปี มักจบลงด้วยความเงียบของใครสักคนที่พิมพ์แล้วลบ พิมพ์แล้วลบ ก่อนจะส่งสติกเกอร์หัวเราะไปแทน แล้วก็นั่งคิดคนเดียวต่อว่า "หรือเราทำงานได้แย่กว่าเขาจริงๆ"
ผมอยากเริ่มด้วยการยอมรับตรงๆ ก่อนครับว่าโบนัสสำคัญ มันคือเงินจริงที่จะไปโปะหนี้ ส่งให้ที่บ้าน หรือเป็นเงินเก็บก้อนแรกของปี การรู้สึกไม่ดีเมื่อได้น้อยกว่าที่หวังไม่ใช่เรื่องผิดเลย แต่สิ่งที่อยากชวนแยกในบทความนี้ คือความรู้สึก "เสียดาย" ที่สมเหตุสมผล กับความรู้สึก "เราไม่มีค่า" ที่ไม่ควรตามมาด้วยกัน
ตัวเลขโบนัสมาจากไหนกันแน่
ก่อนตัวเลขจะมาถึงเรา มันผ่านด่านอย่างน้อยสามชั้น ชั้นแรกคือผลประกอบการของบริษัททั้งปี ถ้าปีนี้บริษัทขายได้น้อยลง ต่อให้เราทำดีที่สุดในทีม ก้อนรวมที่จะแบ่งก็เล็กลงตั้งแต่ต้น ชั้นที่สองคือสูตรที่บริษัทใช้ บางที่ยึดผลกำไรรวม บางที่แยกตามแผนก บางที่ผูกกับเกรดประเมิน แต่ละสูตรให้ผลต่างกันมากทั้งที่คนทำงานคนเดียวกัน ชั้นที่สามถึงจะเป็นผลงานส่วนตัวของเรา
พูดง่ายๆ คือโบนัสเหมือนพยากรณ์อากาศของบริษัทครับ มันบอกได้ว่าฟ้าปีนี้เป็นยังไง ฝนตกหรือแดดออก แต่มันไม่ได้บอกว่าเราแข็งแรงแค่ไหน คนที่แข็งแรงที่สุดก็เปียกได้ถ้าปีนั้นฝนตกทั้งปี
เพื่อนในกลุ่มแชทที่ได้สามเดือน อาจอยู่ในอุตสาหกรรมที่ปีนี้ดี หรือบริษัทที่มีสูตรจ่ายหนัก ส่วนคนที่ได้ไม่ถึงเดือนอาจเป็นคนที่ทีมขาดไม่ได้ในบริษัทที่ปีนี้เพิ่งผ่านมรสุมมา ตัวเลขสองตัวนี้เทียบกันไม่ได้เลย เพราะมันมาจากคนละท้องฟ้า
3 วิธีใช้ข้อมูลโบนัสให้เป็นประโยชน์
1. ถามเกณฑ์ให้ชัด
แทนที่จะเดาไปเองว่าได้น้อยเพราะอะไร ให้ถามหัวหน้าหรือ HR ตรงๆ แบบสุภาพว่าโบนัสปีนี้คิดจากอะไรบ้าง สัดส่วนผลประกอบการกับผลงานส่วนตัวเป็นเท่าไหร่ คำถามนี้ไม่ได้ทำให้เราดูขี้งก มันทำให้เรารู้ว่าปีหน้าควรทุ่มแรงไปตรงไหน และหลายครั้งคำตอบจะทำให้เราโล่งใจ เพราะพบว่าส่วนที่ทำให้ตัวเลขน้อยคือส่วนที่เราไม่ได้เป็นคนคุมเลย
2. เก็บไว้เป็นข้อมูลเทียบตลาด ตอนที่คิดจะย้าย
โบนัสคือส่วนหนึ่งของค่าตอบแทนรวม ไม่ใช่แค่เงินเดือน ถ้าวันหนึ่งเราพิจารณาย้ายงาน ข้อมูลว่าที่เดิมจ่ายโบนัสยังไง สม่ำเสมอแค่ไหน คือของที่ใช้เทียบกับข้อเสนอใหม่ได้ดีมาก บริษัทที่เงินเดือนสูงกว่าแต่โบนัสไม่แน่นอน อาจให้เงินรวมน้อยกว่าที่เดิมก็ได้ ใช้ตัวเลขนี้ในฐานะข้อมูล ไม่ใช่ในฐานะบาดแผล
3. อย่าเอามาตีค่าตัวเอง
นี่คือข้อที่สำคัญที่สุด และยากที่สุด ถ้าปีนี้เราช่วยเพื่อนร่วมทีมผ่านโปรเจกต์ยากๆ มาได้ ถ้าเรารับมือลูกค้าที่ยากที่สุดของบริษัทได้ ถ้าเราเรียนรู้ทักษะใหม่จนทำงานเร็วขึ้นครึ่งหนึ่ง สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นจริงและมีค่าจริง ต่อให้ตัวเลขโบนัสจะไม่สะท้อนมันในปีนี้ก็ตาม คุณค่าของเราอยู่ในสิ่งที่เราทำได้และสิ่งที่เรากำลังจะทำได้ ไม่ได้อยู่ในบรรทัดสุดท้ายของสลิปเดือนธันวา
ถ้าตัวเลขน้อยจนต้องคิดเรื่องอนาคต
บางครั้งโบนัสที่น้อยติดต่อกันหลายปี ก็เป็นสัญญาณจริงว่าบริษัทไม่ได้ไปในทิศทางที่ดี หรือค่าตอบแทนรวมของเราต่ำกว่าตลาดไปแล้ว การมองสัญญาณนี้แล้วเริ่มวางแผนถือเป็นเรื่องฉลาด ไม่ใช่เรื่องไม่ภักดี แต่ให้ตัดสินใจด้วยข้อมูลจากข้อ 1 และข้อ 2 ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกจากข้อ 3 นะครับ
จะดีใจหรือเสียใจกับตัวเลขปีนี้ เป็นเรื่องของแต่ละคนครับ เพราะภาระและความคาดหวังของเราไม่เท่ากัน สิ่งเดียวที่อยากฝาก Grower ทุกคนไว้คือ อย่าให้ตัวเลขที่ผ่านด่านมาสามชั้นและมีเราอยู่แค่ชั้นเดียว มาตัดสินทั้งปีที่เราตั้งใจมา
โบนัสบอกได้ว่าปีนี้บริษัทเป็นยังไง แต่บอกไม่ได้ว่าเราเป็นใคร
อยากได้เรื่องดูแลใจและวิธีคิดเรื่องเงินของมนุษย์เงินเดือน ส่งถึงอีเมลทุกเช้าวันจันทร์ สมัครรับ Monday Brief ของ Chancedee ได้เลยครับ — และถ้าในกลุ่มแชทของคุณมีคนที่เงียบไปหลังคุยเรื่องโบนัส แชร์ให้เขาแบบไม่ต้องพูดอะไรก็ได้นะ
ติดตามไว้เพื่อน
ส่งบทความดี ๆ ถึงอีเมลคุณทุกเช้าวันจันทร์ — ฟรี ไม่มี Sponsor แอบแฝง