คนที่ได้งานใหม่เดือนมกรา...คือคนที่เริ่มขยับตั้งแต่พฤศจิกา
การค้นหางานพุ่งสูงสุดช่วงมกรา–มีนาของทุกปี ใบสมัครที่ส่งตอนนั้นจึงไปกองพร้อมคนมากที่สุด — timeline 60 วันที่ทำให้เราไปถึงก่อน โดยไม่ต้องลาออกเร็วขึ้นสักวัน
"เอาไว้โบนัสออกก่อน ค่อยว่ากัน"
เป็นแผนหางานที่คนส่วนใหญ่ใช้ และเป็นแผนที่สมเหตุสมผลมากครับ ทำงานมาทั้งปี จะทิ้งโบนัสไปทำไม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แผนนี้ผิด ปัญหาคือคนทั้งประเทศคิดแผนเดียวกันเป๊ะ
ข้อมูลการค้นหาบน Google ของประเทศไทยบอกเรื่องนี้ชัดมาก คำว่าหางานและย้ายงานถูกค้นหาพุ่งสูงสุดช่วงมกราคมถึงมีนาคมของทุกปี นั่นคือช่วงหลังโบนัสออกพอดี แปลว่าใบสมัครที่เราตั้งใจส่งเดือนมกรา จะไปถึงโต๊ะ HR พร้อมใบสมัครจำนวนมากที่สุดของปี
มาก่อนไม่ได้แปลว่าออกก่อน
ก่อนจะเถียงในใจว่า "แล้วจะให้ลาออกก่อนโบนัสเหรอ" ขอตอบเลยว่าไม่ใช่ครับ
สนามบินช่วงสงกรานต์เป็นภาพที่ชัดที่สุดครับ คนสองกลุ่มขึ้นเครื่องลำเดียวกัน เวลาเดียวกัน แต่กลุ่มหนึ่งเช็กอินออนไลน์ตั้งแต่เมื่อคืน เดินผ่านเคาน์เตอร์ไปเลย อีกกลุ่มมาต่อคิวยาวพร้อมคนทั้งอาคาร ทั้งสองกลุ่มไม่ได้บินเร็วหรือช้ากว่ากัน ต่างกันแค่ว่าใครเตรียมของให้เสร็จก่อนถึงวันเดินทาง
การเริ่มเดือนพฤศจิกาก็คือการเช็กอินล่วงหน้าแบบนั้น เรายังรับโบนัสครบ ยังทำงานที่เดิมตามปกติ แต่วันที่ตลาดเปิดเต็มที่ เราคือคนที่ Resume พร้อม รู้แล้วว่าอยากไปไหน และนัดสัมภาษณ์ได้ทันทีในขณะที่คนอื่นเพิ่งเปิดไฟล์
Timeline 60 วัน จากพฤศจิกาถึงมกรา
พฤศจิกายน: สำรวจตัวเอง แล้วปัดฝุ่น Resume
เดือนนี้ยังไม่ต้องส่งใบสมัครสักใบ งานหลักคือตอบตัวเองให้ชัดว่าอยากย้ายเพราะอะไร อยากได้อะไรที่ที่เดิมให้ไม่ได้ และจะไม่ยอมแลกอะไร เขียนออกมาเป็นสามบรรทัดพอ แล้วเอาสามบรรทัดนั้นมาเป็นเกณฑ์ปัดฝุ่น Resume คือตัดสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับเป้าหมายใหม่ออก เติมผลงานปีนี้เข้าไป คนที่ทำสรุปผลงานประจำปีไว้แล้วจะได้เปรียบตรงนี้มาก เพราะวัตถุดิบมีอยู่แล้วในมือ
ธันวาคม: เล็งเป้า แล้วส่งชุดแรก
พอ Resume นิ่ง ให้ลิสต์บริษัทหรือตำแหน่งที่อยากไปจริงๆ สักห้าถึงสิบที่ ไม่ใช่หว่านทุกประกาศที่เจอ แล้วส่งใบสมัครชุดแรกช่วงกลางเดือน หลายบริษัทเปิดรับตำแหน่งสำหรับต้นปีตั้งแต่ธันวา และช่วงนี้ HR ยังมีเวลาอ่านใบสมัครทีละใบ เพราะกองบนโต๊ะยังไม่สูง
มกราคม: สัมภาษณ์ ตอนที่คนอื่นเพิ่งเริ่มเปิดไฟล์
ถ้าสองเดือนก่อนหน้าทำครบ มกราคมของเราจะเป็นเดือนของการนัดสัมภาษณ์และต่อรอง ไม่ใช่เดือนของการนั่งแก้ Resume ตอนตีหนึ่ง และถ้าได้ข้อเสนอที่ถูกใจ เราก็ยื่นลาออกหลังโบนัสเข้าบัญชีแล้วเหมือนที่ตั้งใจไว้ทุกอย่าง แค่ไปถึงปลายทางก่อนคนอื่นสองเดือน
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะย้ายดีไหม
ยิ่งควรเริ่มเดือนนี้ครับ เพราะขั้นแรกของ timeline คือการสำรวจตัวเอง ไม่ใช่การส่งใบสมัคร หลายคนทำขั้นนี้แล้วพบว่าสิ่งที่อยากได้ ที่เดิมก็ให้ได้ถ้ากล้าคุย แบบนั้นก็ไม่ต้องย้าย และเราไม่ได้เสียอะไรเลยนอกจากได้ Resume ที่อัปเดตแล้วติดตัวไว้
ไม่มีใครรับประกันได้ว่าเริ่มเดือนพฤศจิกาแล้วจะได้งานมกราแน่นอนนะครับ ตลาดงานมีปัจจัยที่เราคุมไม่ได้เยอะ แต่สิ่งที่รับประกันได้คือ Grower ที่เตรียมก่อน จะเดินเข้าห้องสัมภาษณ์ด้วยความพร้อม ในวันที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้เริ่มนับหนึ่ง
⏱ ก้าวแรก 15 นาทีวันนี้: เปิดปฏิทินในมือถือ ปักหมุดไว้ 3 จุด คือสัปดาห์สุดท้ายของพฤศจิกา (Resume เสร็จ) สัปดาห์ที่สองของธันวา (ส่งชุดแรก) และสัปดาห์แรกของมกรา (เริ่มสัมภาษณ์) แล้วตั้งเตือนล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์ให้ทั้งสามจุด แค่นั้นพอสำหรับวันนี้
คนที่ได้งานใหม่เดือนมกรา คือคนที่เริ่มขยับตั้งแต่พฤศจิกา...ตอนที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย
เดือนนี้ Chancedee จะพาเตรียมตัวทีละขั้นตาม timeline นี้ ทั้งเรื่อง Resume การหางานอย่างแฟร์ และเงินสำรอง อยากได้ครบทุกตอนส่งถึงอีเมลทุกเช้าวันจันทร์ สมัครรับ Monday Brief ได้เลยครับ — และถ้ามีเพื่อนที่เพิ่งพูดว่า "เอาไว้โบนัสออกค่อยว่ากัน" ส่งบทความนี้ให้เขาหน่อยนะ