หัวหน้าแบบนี้ Toxic หรือแค่เข้มงวด? ดูให้ขาดก่อนคิดลาออก
ความรู้สึกเจ็บไม่ใช่ตัววัดว่า Toxic — เทียบให้เห็นชัด 4 คู่ พร้อมทางเลือก 3 ขั้นก่อนตัดสินใจลาออก
คอมเมนต์งานกลางห้องประชุมวันนี้แรงจนเพื่อนข้างโต๊ะยังหันมามอง ขากลับบ้านเรานั่งถามตัวเองบนรถไฟฟ้า: "นี่เราเจอหัวหน้า Toxic หรือเราไม่แน่จริงกันแน่"
ขณะเดียวกัน ที่ออฟฟิศอีกแห่ง มีคนหนึ่งที่หัวหน้าชมทุกวัน ไม่เคยโดนแตะสักคำ สบายทุกโปรเจกต์ — แต่สามปีผ่านไป เขาเพิ่งรู้ตัวตอนไปสัมภาษณ์ที่ใหม่ว่า ตอบคำถามเรื่องผลงานไม่ได้เลยสักข้อ
สองเคสนี้ ใครเจอหัวหน้า Toxic กว่ากัน...คำตอบอาจไม่ใช่แบบที่คิดครับ
เรื่องหัวหน้าไม่ใช่เรื่องเล็กของใจคนทำงานเลย ผลสำรวจ QGEN ปี 2568 พบว่าสาเหตุหมดไฟอันดับหนึ่งของคนทำงานไทยคือวัฒนธรรมแบบ Ego-Centric ของหัวหน้า (32.48%) แต่ก่อนจะตัดสินว่าหัวหน้าเรา Toxic ไหม อยากชวนเปลี่ยนตัววัดก่อน: อย่าวัดจากความเจ็บ ให้วัดว่าอยู่กับเขาแล้วเราโตขึ้นหรือหดลง เพราะ feedback ที่ดีที่สุดหลายครั้งก็เจ็บ และคำชมที่ฟังสบายที่สุดบางครั้งก็คือกับดัก
เทียบ 4 คู่ — เข้มงวดที่แฟร์ vs Toxic
เข้มงวดที่แฟร์ (ด่างาน): ชี้จุดผิดในงานพร้อมเหตุผล "รายงานหน้า 3 ตัวเลขขัดกัน แก้ก่อนส่งลูกค้า"
Toxic (ด่าคน): โจมตีตัวตน "ทำไมคิดไม่ได้แค่นี้" ฟังจบไม่รู้ต้องแก้ตรงไหน รู้แค่ว่าตัวเองแย่
เข้มงวดที่แฟร์ (เกณฑ์คงที่): มาตรฐานเดียวกันทุกคน ทุกวัน เดาได้ว่าอะไรผ่านไม่ผ่าน
Toxic (เกณฑ์ตามอารมณ์): งานเดียวกัน วันจันทร์ผ่าน วันพุธโดนด่า ขึ้นกับอารมณ์เช้านั้น
เข้มงวดที่แฟร์ (เครดิตเป็นของทีม): งานสำเร็จเอ่ยชื่อคนทำ งานพลาดยืนรับด้วยกัน
Toxic (เครดิตเข้าตัว ความผิดลงลูกน้อง): ผลงานดีเป็นของเขา ผลงานพังเป็นของเรา
เข้มงวดที่แฟร์ (Feedback เจ็บแต่พาไปต่อ): ติแล้วบอกทางแก้ ให้งานที่ยากขึ้นเมื่อเราพร้อม
Toxic (คำพูดที่ทำให้เราหยุดอยู่กับที่): ไม่ว่าจะกดจนเราไม่กล้าขยับ หรืออวยจนเราไม่รู้ว่าต้องพัฒนาอะไรต่อ
สังเกตคู่สุดท้ายดีๆ นะครับ — Toxic ไม่ได้มาในร่างน่ากลัวเสมอไป บางทีมันมาในร่างคำชมรายวันที่ไม่มีเนื้อหา ไม่มีโจทย์ใหม่ ไม่มีการพัฒนา ปล่อยให้เราเชื่อไปเรื่อยๆ ว่าเก่งแล้ว จนวันที่ต้องออกไปยืนในตลาดจริงนั่นแหละถึงรู้
ทางเลือก 3 ขั้น — ไม่ต้องกระโดดไปใบลาออก
ขั้นที่ 1: ปรับวิธีสื่อสารก่อน — หลายเคสที่คิดว่า Toxic จริงๆ คือสื่อสารไม่ตรงคลื่น ลองถามความคาดหวังให้ชัด: "งานนี้แบบไหนคือผ่านสำหรับพี่" และขอ feedback เชิงงานตรงๆ ถ้าหัวหน้าตอบได้และเกณฑ์นิ่ง แปลว่าเขาแค่เข้มงวด อยู่ต่อแล้วเราจะโตเร็วมาก
ขั้นที่ 2: สร้างพยานที่เป็นระบบ — ถ้าปรับแล้วยังเจอเกณฑ์แกว่ง โดนด่าตัวตน หรือเครดิตหาย ให้เริ่มทำงานผ่านลายลักษณ์อักษร สรุปสิ่งที่ตกลงกันทางอีเมลหรือแชททุกครั้ง ขอคุย 1:1 เป็นรอบสม่ำเสมอ — ไม่ใช่เพื่อจับผิดใคร แต่เพื่อให้ข้อเท็จจริงมีที่อยู่ ใจเราจะนิ่งขึ้นเยอะเมื่อไม่ต้องเถียงกันด้วยความจำ
ขั้นที่ 3: ถ้าครบสองขั้นแล้วยังเหมือนเดิม ค่อยวางแผนย้ายแบบมีสติ — ไม่ใช่ลาออกกลางอารมณ์ แต่หางานใหม่ระหว่างที่ยังมีงานทำ (เรามีบทความ "วิธีหางานใหม่...ในขณะที่เรายังทำงานอยู่" เขียนไว้แล้ว) การเดินออกจากที่ที่ทำให้เราหดลงทุกวัน ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ครับ มันคือการรักษาตัวเองไว้ให้ถึงสนามถัดไป
ทั้งนี้ถ้าเจอเคสหนักจริง — ด่าด้วยคำหยาบคาย ตั้งใจประจานให้อับอายต่อหน้าคนอื่นหรือในแชทรวม ไปจนถึงใช้ความรุนแรงหรือคุกคามไม่ว่ารูปแบบไหน — ไม่ต้องรอครบสามขั้นนะครับ ข้ามไปหาฝ่ายบุคคลได้เลย และเก็บหลักฐานไว้ด้วยทุกครั้ง บางอย่างไม่ใช่หน้าที่ของความอดทน
ขอให้ Grower ทุกคนได้เจอหัวหน้าที่ Feedback เราอย่างมีคุณค่า และทำให้เราเก่งขึ้นทุกปีนะครับ
หัวหน้าที่ดีทำให้เราอยากเก่งขึ้น หัวหน้า Toxic ทำให้เราหลงคิดไปเองว่าเราเก่ง
อยากได้เรื่องดูแลใจในโลกทำงานแบบนี้ถึงอีเมลทุกเช้าวันจันทร์ สมัครรับ Monday Brief ของ Chancedee ได้เลย — และถ้าสังคมรอบตัวหนักกว่าแค่เรื่องหัวหน้า อ่านต่อได้ที่ "วิธีรับมือ เมื่ออยู่ท่ามกลางสังคม Toxic!!"
ติดตามไว้เพื่อน
ส่งบทความดี ๆ ถึงอีเมลคุณทุกเช้าวันจันทร์ — ฟรี ไม่มี Sponsor แอบแฝง